แชร์

10 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงินที่คนไทยยังเชื่อ

อัพเดทล่าสุด: 17 ก.ค. 2026
9 ผู้เข้าชม

บทความสุขภาพผิวหนัง | อัปเดตกรกฎาคม 2569

10 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ "โรคสะเก็ดเงิน" ที่คนไทยยังเชื่อผิดๆ

ไขทุกความเข้าใจผิดเรื่องโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) ด้วยข้อเท็จจริงทางการแพทย์ อ่านจบแล้วจะเข้าใจโรคนี้ถูกต้องขึ้นทันที

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นหนึ่งในโรคผิวหนังเรื้อรังที่พบได้บ่อยในคนไทย แต่กลับเป็นโรคที่ถูกเข้าใจผิดมากที่สุดโรคหนึ่ง ทั้งเรื่องสาเหตุ การติดต่อ และแนวทางการรักษา ความเข้าใจผิดเหล่านี้ไม่เพียงทำให้ผู้ป่วยดูแลตัวเองไม่ถูกวิธี แต่ยังนำไปสู่การตีตราและการแยกตัวจากสังคมโดยไม่จำเป็นอีกด้วย บทความนี้รวบรวม 10 ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน พร้อมคำอธิบายที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ เพื่อให้ทั้งผู้ป่วยและคนรอบข้างเข้าใจโรคนี้อย่างถูกต้อง

สารบัญบทความ
1. โรคสะเก็ดเงินติดต่อได้หรือไม่
2. เกิดจากความไม่สะอาดจริงหรือ
3. รักษาให้หายขาดได้หรือไม่
4. ผู้ป่วยต้องหลีกเลี่ยงสังคมจริงหรือ
5. งดอาหารแสลงแล้วจะหายไหม
6. กระทบแค่ผิวหนังเท่านั้นจริงหรือ
7. เป็นโรคของผู้สูงอายุเท่านั้นไหม
8. ยาทาสเตียรอยด์ใช้เยอะๆ ได้ไหม
9. ความเครียดเกี่ยวข้องไหม
10. ต้องเลี่ยงแดดทุกกรณีไหม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. เข้าใจผิด: โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคติดต่อ สัมผัสแล้วติดกันได้

เข้าใจผิดว่า: เห็นผื่นแดงมีขุยแล้วกลัวติดต่อ ไม่กล้าสัมผัสหรือใช้ของร่วมกับผู้ป่วย
ความจริงคือ: โรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ เพราะเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของผู้ป่วยเอง ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา จึงไม่สามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัส กอด จับมือ หรือใช้ของร่วมกันได้เลย ความเข้าใจผิดนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยถูกตีตราและแยกตัวจากสังคมโดยไม่จำเป็น

2. เข้าใจผิด: เกิดจากความไม่สะอาดหรือสุขอนามัยไม่ดี

เข้าใจผิดว่า: ผื่นสะเก็ดเงินเกิดเพราะดูแลผิวไม่สะอาดพอ ควรขัดถูแรงๆ เพื่อกำจัดขุย
ความจริงคือ: โรคนี้ไม่เกี่ยวข้องกับความสะอาดเลย แต่เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมร่วมกับระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานผิดปกติ ต่อให้ดูแลผิวสะอาดแค่ไหน หากมีปัจจัยกระตุ้นก็ยังเกิดผื่นได้ และการขัดถูผิวแรงๆ อาจยิ่งทำให้ผิวระคายเคืองและอาการแย่ลงกว่าเดิม

3. เข้าใจผิด: รักษาให้หายขาดได้ถ้าใช้ยาถูกตัว

เข้าใจผิดว่า: ถ้าเจอยาที่ใช่ โรคสะเก็ดเงินจะหายขาดไม่กลับมาอีก
ความจริงคือ: โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด เป้าหมายของการรักษาคือควบคุมอาการและยืดระยะเวลาที่ผิวสงบให้นานที่สุด ผู้ป่วยจำนวนมากใช้ชีวิตปกติได้ดีเมื่อรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่การหยุดยาเองทันทีที่ผื่นดีขึ้นมักทำให้อาการกำเริบซ้ำรุนแรงกว่าเดิม

4. เข้าใจผิด: ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงสังคม

เข้าใจผิดว่า: ผู้ป่วยควรเก็บตัว ไม่ควรออกงานสังคมเพราะจะทำให้คนอื่นรังเกียจ
ความจริงคือ: ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน และเข้าสังคมได้ตามปกติ หากดูแลผิวและควบคุมอาการอย่างเหมาะสม การแยกตัวจากสังคมไม่ได้ช่วยให้อาการดีขึ้น แต่กลับส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต ปัจจุบันมีทางเลือกการรักษาหลากหลายที่ช่วยให้ผิวสงบและมั่นใจในการเข้าสังคมมากขึ้น

5. เข้าใจผิด: งดอาหารแสลงก็หายจากโรคได้

เข้าใจผิดว่า: แค่งดของแสลงบางอย่าง โรคสะเก็ดเงินก็จะหายไปเอง
ความจริงคือ: อาหารเป็นเพียงหนึ่งใน"ปัจจัยกระตุ้น" ไม่ใช่สาเหตุหลักของโรค สาเหตุหลักคือพันธุกรรมร่วมกับระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ ซึ่งควบคุมด้วยอาหารเพียงอย่างเดียวไม่ได้ อาหารบางชนิดอาจกระตุ้นอาการในผู้ป่วยบางราย แต่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมควบคู่กัน

6. เข้าใจผิด: เป็นแค่ปัญหาผิวหนัง ไม่กระทบอวัยวะอื่น

เข้าใจผิดว่า: โรคสะเก็ดเงินเป็นแค่เรื่องความสวยงามของผิว ไม่ส่งผลต่อสุขภาพส่วนอื่น
ความจริงคือ: โรคสะเก็ดเงินเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพอื่น เช่น ข้ออักเสบสะเก็ดเงิน (ปวดและข้อบวม) โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคเบาหวาน งานวิจัยพบความเชื่อมโยงระหว่างโรคสะเก็ดเงินรุนแรงกับความเสี่ยงโรคหัวใจที่สูงขึ้น การตรวจสุขภาพประจำปีจึงสำคัญมาก ไม่ใช่ดูแลแค่ผิวหนังอย่างเดียว

7. เข้าใจผิด: เป็นโรคของผู้สูงอายุเท่านั้น

เข้าใจผิดว่า: โรคสะเก็ดเงินเจอแต่ในผู้สูงอายุ คนหนุ่มสาวหรือเด็กไม่น่าจะเป็น
ความจริงคือ: โรคสะเก็ดเงินพบได้ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยช่วงอายุที่มักเริ่มพบอาการมีสองช่วงหลัก คือวัยรุ่นถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น และวัยกลางคนถึงสูงอายุ การพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการในวัยเด็กช่วยให้ควบคุมโรคได้ดีขึ้นในระยะยาว

8. เข้าใจผิด: ยาทาสเตียรอยด์ยิ่งทาเยอะยิ่งหายเร็ว

เข้าใจผิดว่า: ยาทาสเตียรอยด์ใช้ได้ไม่จำกัด ทาเยอะๆ ต่อเนื่องจะได้หายไว
ความจริงคือ: ยาทาสเตียรอยด์ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ การใช้ต่อเนื่องนานเกินไปอาจทำให้ผิวบาง เกิดรอยแตกลาย หรือเส้นเลือดฝอยแตกได้ ควรใช้ในระยะเวลาและปริมาณที่แพทย์กำหนดเท่านั้น ปัจจุบันยังมีทางเลือกอื่น เช่น ยาทากลุ่มไม่ใช่สเตียรอยด์ การฉายแสง และยาชีวภาพ ที่แพทย์จะพิจารณาตามความรุนแรงของโรค

9. เข้าใจผิด: ความเครียดไม่เกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน

เข้าใจผิดว่า: เรื่องจิตใจกับผื่นผิวหนังเป็นคนละเรื่องกัน ไม่เกี่ยวข้องกัน
ความจริงคือ: ความเครียดเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ทำให้อาการของโรคสะเก็ดเงินกำเริบหรือแย่ลง เพราะภาวะเครียดสะสมส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันโดยตรง ผู้ป่วยหลายรายสังเกตว่าอาการกำเริบชัดเจนในช่วงเครียดสูง เช่น ช่วงสอบหรือช่วงงานหนัก การจัดการความเครียดจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโรคนี้เช่นกัน

10. เข้าใจผิด: ต้องเลี่ยงแสงแดดทุกกรณี

เข้าใจผิดว่า: แดดทำให้ผื่นสะเก็ดเงินแย่ลงเสมอ ต้องเลี่ยงแดดทุกครั้ง
ความจริงคือ: แสงแดดในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะรังสี UVB ช่วยบรรเทาอาการได้ แพทย์ผิวหนังบางกรณีถึงกับใช้การฉายแสง UVB ควบคุมปริมาณเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา แต่ต้องระวังไม่ให้ผิวไหม้แดด เพราะผิวไหม้แดดหรือตากแดดมากเกินไปก็สามารถกระตุ้นให้อาการกำเริบได้เช่นกัน จึงควรทำภายใต้คำแนะนำแพทย์

แนวทางดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยและคนรอบข้าง

ความเข้าใจที่ถูกต้องคือจุดเริ่มต้นของการดูแลที่ดี ทั้งสำหรับผู้ป่วยเองและคนรอบข้าง:

  • พบแพทย์ผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามอาการและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสม
  • สังเกตปัจจัยกระตุ้นของตัวเอง เช่น ความเครียด อากาศแห้ง หรืออาหารบางชนิด
  • ดูแลผิวให้ชุ่มชื้นสม่ำเสมอ ด้วยการทามอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ
  • ดูแลสุขภาพจิตควบคู่กัน พูดคุยกับคนใกล้ชิดหรือผู้เชี่ยวชาญเมื่อรู้สึกเครียด
  • คนรอบข้างควรทำความเข้าใจ การให้กำลังใจและไม่ตีตราช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้มั่นใจขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน (FAQ)

โรคสะเก็ดเงินติดต่อได้หรือไม่?

ไม่ติดต่อ เพราะเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค จึงไม่แพร่กระจายผ่านการสัมผัส กอด จับมือ หรือใช้ของร่วมกัน

โรคสะเก็ดเงินรักษาหายขาดได้หรือไม่?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่สามารถควบคุมอาการให้สงบได้ด้วยการรักษาอย่างต่อเนื่องและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น ทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

โรคสะเก็ดเงินเกิดจากอะไร?

เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่เข้าใจผิดว่าเซลล์ผิวหนังปกติเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงเข้าโจมตีจนผิวสร้างเซลล์ใหม่เร็วผิดปกติ ร่วมกับปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม

อาหารมีผลต่อโรคสะเก็ดเงินหรือไม่?

อาหารบางชนิดอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นในผู้ป่วยบางราย แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักของโรค การควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ควรปรึกษาแพทย์ควบคู่กันไปด้วย

ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินออกกำลังกายหรือว่ายน้ำได้ไหม?

ได้ตามปกติ การออกกำลังกายและว่ายน้ำไม่ได้เป็นข้อห้าม แต่ควรดูแลผิวหลังทำกิจกรรม เช่น ล้างคลอรีนออกและทามอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อลดการระคายเคือง

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ผิวหนัง?

ควรพบแพทย์เมื่อสังเกตเห็นผื่นแดงหนา มีขุยสีขาวหรือเงินที่ไม่หายไปเอง หรือมีอาการปวดข้อร่วมด้วย เพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ต้องการข้อมูลสุขภาพผิวหนังเพิ่มเติม?

ทีมงานเลิศศิลป์ (โรงพิมพ์เลิศศิลป์ นครราชสีมา) รวบรวมบทความให้ความรู้เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคม หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยตรง

ดูบทความสุขภาพเพิ่มเติม

️ บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
© 2569 ทีมงานเลิศศิลป์ | โรงพิมพ์เลิศศิลป์ (นครราชสีมา)


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy