แชร์

ซื้อบ้านหลังแรก เตรียมตัวอย่างไรให้กู้ผ่านและไม่เครียดเรื่องเงิน

อัพเดทล่าสุด: 7 ส.ค. 2026
12 ผู้เข้าชม
 
คู่มือการเงินบ้าน 2026

ซื้อบ้านหลังแรก
เตรียมตัวอย่างไรให้กู้ผ่านและไม่เครียดเรื่องเงิน

ตั้งแต่เตรียมเงินดาวน์ ขั้นตอนขอสินเชื่อ เอกสารที่ต้องใช้ ไปจนถึงข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักเจอ

ข้อควรทราบ: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเท่านั้น เงื่อนไขสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย และหลักเกณฑ์การอนุมัติแตกต่างกันไปในแต่ละธนาคารและอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรสอบถามรายละเอียดล่าสุดจากธนาคารหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินก่อนตัดสินใจ
สูงสุด 30 ปี
ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด
อายุ+ระยะกู้ 65
เกณฑ์ทั่วไปของธนาคาร
10-30%
ช่วงเงินดาวน์ที่พบทั่วไป
6 ขั้นตอน
กระบวนการขอสินเชื่อโดยทั่วไป

ทำไมการวางแผนก่อนซื้อบ้านถึงสำคัญ

บ้านเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และมักเป็นการตัดสินใจทางการเงินก้อนใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต การซื้อบ้านส่วนใหญ่ต้องอาศัยสินเชื่อจากธนาคารซึ่งมีระยะเวลาผ่อนชำระยาวนานกว่าสินเชื่อประเภทอื่น การวางแผนล่วงหน้าตั้งแต่เรื่องเงินดาวน์ ภาระหนี้สินเดิม ไปจนถึงความสามารถในการผ่อนต่อเดือน จึงช่วยลดความเสี่ยงที่จะกู้ไม่ผ่านหรือแบกภาระหนักเกินตัวในระยะยาว

โดยทั่วไป ธนาคารพาณิชย์กำหนดระยะเวลาผ่อนชำระสินเชื่อบ้านไว้สูงสุดไม่เกิน 30 ปี และเมื่อรวมอายุของผู้กู้กับระยะเวลาผ่อนชำระแล้วมักต้องไม่เกิน 65 ปี ซึ่งหมายความว่ายิ่งเริ่มวางแผนซื้อบ้านตั้งแต่อายุน้อย ก็ยิ่งมีทางเลือกเรื่องระยะเวลาผ่อนที่ยืดหยุ่นกว่า

ขั้นตอนกู้ซื้อบ้านโดยทั่วไป

 
 
ขั้นที่ 1: ประเมินความพร้อมทางการเงิน

ตรวจสอบรายได้ ภาระหนี้สินเดิม และเงินออมสำหรับเงินดาวน์ ก่อนเริ่มมองหาบ้านที่ต้องการ

 
ขั้นที่ 2: เลือกบ้านและเจรจาราคา

เลือกบ้านหรือคอนโดที่เหมาะกับงบประมาณและความต้องการ พร้อมตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินและสภาพบ้านให้รอบคอบ

 
ขั้นที่ 3: เตรียมเอกสารและยื่นกู้

รวบรวมเอกสารรายได้และเอกสารส่วนตัว ยื่นเรื่องขอสินเชื่อกับธนาคารที่สนใจ อาจยื่นได้มากกว่าหนึ่งแห่งเพื่อเปรียบเทียบเงื่อนไข

 
ขั้นที่ 4: รอผลอนุมัติและประเมินราคาบ้าน

ธนาคารจะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้และส่งเจ้าหน้าที่ประเมินราคาบ้านหรือที่ดินประกอบการอนุมัติ

 
ขั้นที่ 5: เซ็นสัญญาสินเชื่อ

เมื่อได้รับอนุมัติ ทำสัญญาเงินกู้กับธนาคารพร้อมตรวจสอบเงื่อนไขดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้ละเอียดก่อนเซ็น

 
ขั้นที่ 6: โอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดิน

นัดวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน ชำระค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนได้บ้านอย่างเป็นทางการ

เงินดาวน์ส่งผลต่อยอดผ่อนอย่างไร

ยิ่งวางเงินดาวน์มากเท่าไร ยอดเงินกู้และภาระผ่อนต่อเดือนก็จะยิ่งลดลง ตัวอย่างเช่น บ้านราคา 1,500,000 บาท หากวางเงินดาวน์ 10% (150,000 บาท) จะต้องขอกู้ 1,350,000 บาท ที่อัตราดอกเบี้ยสมมติ 6% ต่อปี ระยะเวลาผ่อน 25 ปี จะผ่อนเดือนละประมาณ 8,698 บาท และเสียดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาประมาณ 1,259,421 บาท แต่หากวางเงินดาวน์ 30% (450,000 บาท) ยอดกู้จะลดเหลือ 1,050,000 บาท ผ่อนเดือนละประมาณ 6,765 บาท และเสียดอกเบี้ยรวมประมาณ 979,548 บาท

เงินดาวน์ ยอดเงินกู้ ผ่อนต่อเดือนโดยประมาณ ดอกเบี้ยรวมโดยประมาณ
10% (150,000 บาท) 1,350,000 บาท ประมาณ 8,698 บาท ประมาณ 1,259,421 บาท
30% (450,000 บาท) 1,050,000 บาท ประมาณ 6,765 บาท ประมาณ 979,548 บาท

ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างการคำนวณจากสมมติฐานอัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี ระยะเวลาผ่อน 25 ปี เพื่อการศึกษาเท่านั้น อัตราดอกเบี้ยจริงและเงื่อนไขจะแตกต่างกันไปตามแต่ละธนาคารและช่วงเวลา

เอกสารที่มักต้องเตรียม

เอกสารส่วนตัว

บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และเอกสารสถานภาพสมรส (ถ้ามี) ของผู้กู้และผู้กู้ร่วม

เอกสารแสดงรายได้

สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือนสำหรับพนักงานประจำ หรือเอกสารแสดงรายได้ย้อนหลังสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ

เอกสารการเงิน

รายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง (Statement) โดยทั่วไปมักขอย้อนหลัง 6 เดือน เพื่อประเมินพฤติกรรมการเงิน

เอกสารเกี่ยวกับบ้าน

สัญญาจะซื้อจะขาย สำเนาโฉนดที่ดิน หรือเอกสารสิทธิ์ของอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการซื้อ

ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักเจอ

1
ไม่เช็กประวัติเครดิตก่อนยื่นกู้

ประวัติการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่ออื่นที่ล่าช้า อาจทำให้ธนาคารปฏิเสธคำขอกู้หรือให้วงเงินต่ำกว่าที่ต้องการ

2
สร้างหนี้ก้อนใหม่ก่อนยื่นกู้บ้าน

การผ่อนรถหรือเปิดบัตรเครดิตใบใหม่ในช่วงใกล้ยื่นกู้บ้าน อาจทำให้สัดส่วนหนี้ต่อรายได้สูงเกินเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด

3
ไม่เผื่อค่าใช้จ่ายแฝง

นอกจากเงินดาวน์แล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมโอน ค่าจดจำนอง ค่าประกันอัคคีภัย และค่าตกแต่งบ้านที่ควรเตรียมเผื่อไว้

4
ยื่นกู้ธนาคารเดียวโดยไม่เปรียบเทียบ

แต่ละธนาคารมีเงื่อนไขดอกเบี้ยและวงเงินอนุมัติต่างกัน การเปรียบเทียบหลายแห่งช่วยให้ได้เงื่อนไขที่คุ้มค่าที่สุด

ทริคเพิ่มโอกาสกู้ผ่าน

1
เดินบัญชีให้สม่ำเสมอก่อนยื่นกู้

ควรมีเงินเข้าออกในบัญชีอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 6 เดือนก่อนยื่นกู้ หลีกเลี่ยงการโอนเงินก้อนใหญ่เข้าบัญชีแบบผิดปกติในช่วงนี้

2
เก็บเงินดาวน์ให้มากกว่าขั้นต่ำ

เงินดาวน์ที่สูงขึ้นไม่เพียงลดภาระผ่อนต่อเดือน แต่ยังเพิ่มโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้นด้วย

3
พิจารณาผู้กู้ร่วมหากจำเป็น

การมีผู้กู้ร่วมที่มีรายได้มั่นคงช่วยเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้โดยรวม แต่ควรตกลงเรื่องความรับผิดชอบร่วมกันให้ชัดเจนก่อน

4
เลือกวงเงินกู้ที่ผ่อนไหวจริง ไม่ใช่วงเงินสูงสุดที่ได้รับ

แม้ธนาคารจะอนุมัติวงเงินสูง แต่ควรเลือกยอดผ่อนที่ไม่กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อความมั่นคงทางการเงินระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ต้องมีเงินดาวน์ขั้นต่ำเท่าไรถึงจะกู้ซื้อบ้านได้?

เงินดาวน์ขั้นต่ำแตกต่างกันไปตามนโยบายธนาคารและประเภทอสังหาริมทรัพย์ โดยทั่วไปมักอยู่ในช่วง 10-30% ของราคาบ้าน ควรสอบถามเงื่อนไขล่าสุดจากธนาคารที่สนใจโดยตรง

ถาม: อายุเท่าไรถึงจะเริ่มกู้ซื้อบ้านได้?

โดยทั่วไปสามารถยื่นกู้ได้ตั้งแต่มีรายได้ประจำ แต่ควรพิจารณาว่าเมื่อรวมอายุกับระยะเวลาผ่อนชำระแล้วต้องไม่เกิน 65 ปีตามเกณฑ์ทั่วไปของธนาคาร ยิ่งเริ่มกู้ตั้งแต่อายุน้อยยิ่งมีทางเลือกระยะเวลาผ่อนที่ยาวขึ้น

ถาม: กู้ไม่ผ่านธนาคารหนึ่งแล้ว ยังมีโอกาสที่ธนาคารอื่นหรือไม่?

มีโอกาสเป็นไปได้ เนื่องจากแต่ละธนาคารมีเกณฑ์การพิจารณาที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบสาเหตุที่ถูกปฏิเสธก่อน เพื่อปรับปรุงจุดที่เป็นปัญหาก่อนยื่นกู้ที่ใหม่

ถาม: ควรผ่อนบ้านให้หมดเร็วที่สุดหรือผ่อนยาวดีกว่ากัน?

ขึ้นอยู่กับสถานะการเงินส่วนบุคคล การผ่อนสั้นช่วยประหยัดดอกเบี้ยรวม แต่ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนสูงขึ้น ควรเลือกระยะเวลาที่สมดุลกับรายได้และเป้าหมายทางการเงินอื่นๆ ของตนเอง

 

พร้อมเริ่มต้นวางแผนซื้อบ้านหลังแรกแล้วหรือยัง?

เตรียมเงินให้พร้อม ศึกษาเงื่อนไขให้รอบด้าน และเลือกภาระผ่อนที่เหมาะกับชีวิตของคุณในระยะยาว


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy